วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมกับสังคม



การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมกับสังคม
โดย กิตติอาภา กรณ์ใหม่
ที่มา: มติชนรายวัน วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11130 (หน้า 9)
ความเปลี่ยนแปลงทางคุณธรรม จริยธรรมที่น่าวิตก คือการประพฤติปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ซึ่งสมัยก่อนถือว่าเป็นความชั่ว ความเลวร้าย ความผิดด้านคุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรม แต่บางสิ่งบางอย่างที่กล่าวมาเป็นสิ่งที่สังคมปัจจุบันยอมรับ และปฏิบัติกันอย่างไม่ละอายไม่สะดุ้งสะเทือน จนบางครั้งทำให้เกิดปัญหาและวิถีชีวิตของคนเปลี่ยนแปลงไปหากปล่อยให้ปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือเพิ่มความรุนแรงจะเป็นปัญหาต่อวิถีชีวิตทุกฝ่ายต้องร่วมกันแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง อย่างน้อยก็ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบให้เพิ่มพูนขั้นเป็นลำดับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2545 เป็นต้นไป มีเป้าหมายในการพัฒนาที่สำคัญคือ การพัฒนาคนไทยให้มีคุณธรรมจริยธรรมสูง มีความขยันขันแข็งในการปฏิบัติตามหน้าที่ต่างๆ ของตนเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและป้องกันการเกิดปัญหาสังคมที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้มีการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมเพื่อเป็นการพัฒนาจิตใจ ซึ่งสอดคล้องกับหลักธรรมของพระพุทธศาสนา คือ การทำความดี ปฏิบัติดี ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ตนมีบางคนอาจมีหน้าที่หลายหน้าที่ในขณะเดียวกัน เช่น เป็นหน้าที่หัวหน้าครอบครัวในขณะอยู่บ้านต้องปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าครอบครัวในหน่วยงานหรือหน้าที่การงานที่รับผิดชอบ ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่นั้นควบคู่กันไป
อีกหน้าที่หนึ่งอาจจะเป็นกรรมการหมู่บ้าน ชุมชน ก็มุ่งปฏิบัติหน้าที่ทุกด้านตามภาระงาน ความรับผิดชอบเยาวชนในครอบครัวก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ในครอบครัวคือ เป็นลูกที่ดี เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา มารดา ญาติผู้ใหญ่อีกด้านหนึ่งมีหน้าที่เป็นนักเรียน นักศึกษาก็ต้องมุ่งมั่น ขยันขันแข็งในการเรียน การพัฒนาตนเอง เป็นนักเรียกนักศึกษาที่ดีของโรงเรียนของสถาบัน การละเว้นความชั่วคือการไม่ปฏิบัติในสิ่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี เช่น ลุ่มหลงในอบายมุขทุกชนิด การไม่ประพฤติผิดศีลธรรม จรรยาบรรณ หากเป็นครูก็ไม่ปฏิบัติตนในทางเสื่อมเสีย ตั้งใจปฏิบัติตามหน้าที่อย่างเต็มเวลา เต็มความสามารถ การทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ก็คือการคิดดีคิดชอบ การปฏิบัติตามหลักธรรมทางศาสนา ถือว่าเป็นผู้ที่มีคุณธรรมจริยธรรมสูง แต่ในปัจจุบันที่กำลังประสบปัญหาในครอบครัว สังคมก็คือการขาดคุณธรรมจริยธรรม บุคลากรขาดคุณธรรมจริยาธรรมแล้วจะทำให้ตนเองมีปัญหาโยงใยไม่สู่ปัญหาครอบครัว สังคม ประเทศชาติและโลก ตามลำดับโดยเฉพาะในปัจจุบัน ปัญหาการขาดคุณธรรม จริยธรรมในหมู่เยาวชนของชาติกำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ เช่น การขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ไม่ตั้งใจเรียน ไม่ปฏิบัติตามคำสอนของบิดา มารดา ครู อาจารย์ ปัญหาการมีเพศสัมพันธ์กันก่อนวัยอันควร การมีเพศสัมพันธ์กันแบบเปลี่ยนคู่กันไปตามความต้องการของตัณหา การนิยมมีกิ๊กกันของคนในยุคนี้ ถือเป็นเรื่องธรรมดาสังคมปัจจุบันยอมรับกันได้แต่ในสมัยก่อนถือว่าเป็นปัญหามาก เป็นการกระทำผิดศีลอย่างรุนแรงหากเป็นหญิงถือว่าเป็นความชั่วร้ายอย่างมหันต์ไม่สมควรที่จะให้อภัย บางครั้งสังคมถึงกับลงโทษไม่คบค้าสมาคม ถูกติฉันนินทาจนทำให้ต้องย้ายถิ่นที่อยู่ไปในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก ในสมัยที่ผู้เขียนอายุประมาณ 27 ปี ประมาณปี พ.ศ.2525 ได้มีเพื่อนหญิงในหมู่บ้านที่จังหวัดนครราชสีมา คนหนึ่งที่สามารถไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบียมีผู้ชายมาติดพัน ต่อมาคบกันฉันชู้สาว คนในหมู่บ้านมีปฏิกิริยามองในลักษณะเหยียดหยาม พูดจาตักเตือน ญาติพี่น้องด่าว่าอย่างเสียหาย ได้รับความกดดันมาก จึงได้พากันย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดที่ไม่มีใครรู้จัก แต่ในปัจจุบัน คนใดมีกิ๊กมีชู้สามารถคุยกันได้อย่างเปิดเผยเป็นที่ยอมรับกันได้ในสังคม เหตุการณ์หรือสถานการณ์อย่างนี้คือปัญหาสังคมอย่างหนึ่ง เนื่องมาจากผู้คนขาดคุณธรรมน่าจะใช้เวลาในการมั่วสุมเวลาที่กระทำตามกามตัณหา ราคะ มาปฏิบัติในสิ่งดี สิ่งที่เป็นคุณประโยชน์ปฏิบัติให้ถูกต้องตามจารีตประเพณี ปัญหา หากปล่อยไว้จะทวีความรุนแรงขึ้นผู้ที่มีฐานะเกี่ยวข้องกับเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ควรมีการสกัดกั้นไม่ให้ลุกลามเป็นปัญหาสังคมที่ทวีความรุนแรงทุกขณะ ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งอาชญากรรม (วัยรุ่นปล้น จี้ หาเงินไปเที่ยว ติดพนันบอล) ซึ่งผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องควรมีการปลูกฝัง ตั้งแต่วัยเด็ก โดยเฉพาะเล็กๆ ในวัยเรียนเพื่อให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีจิตใจที่สมบูรณ์ คุณลักษณะที่ควรส่งเสริมในเด็กไทยคือ การปลูกฝังส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและจิตสำนึก มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม ความละอายต่อความชั่ว ความละอายต่อบาป ความซื่อสัตย์สุจริต ความกตัญญูรู้คุณ ความไม่เห็นแก่ตัว ความจริงใจ ความขยันหมั่นเพียร เห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่น มีจิตสำนึกในความเป็นไทยซึ่งเรื่องนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรีได้กำหนดมาตรฐานการศึกษาเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้กำหนดมาตรฐานด้านผู้เรียนมาตรฐานที่ 1 ว่าผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์โดยมีตัวบ่งชี้ผลสำเร็จดังนี้ 1.วินัย มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติตนตามระเบียบและหลักธรรมเพื่อพัฒนาของแต่ละศาสนา 2.ซื่อสัตย์สุจริต 3.มีความเมตตากรุณาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเสียสละเพื่อส่วนรวม 4.ประหยัด ใช้สิ่งของและทรัพย์สินทั้งของตนเองและส่วนรวมตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัดและคุ้มค่า งนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเคราะห์ด้วยเมตตา แนะทางสวรรค์ให้คคี แสดงวัฒนธรรม
นอกจากการกำหนดให้มีการประเมินคุณธรรม จริยธรรมของนักเรียนเป็นสิ่งสำคัญเป็นประการสำคัญแล้ว ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานยังได้กำหนดให้มีการส่งเสริมและกำหนดนโยบายให้โรงเรียนในสังกัดได้จัดการเรียนการสอนโดยส่งเสริมคุณภาพขั้นพื้นฐาน 8 ประการ ได้แก่ มีน้ำใจ สุภาพ สะอาด ซื่อสัตย์ ประหยัด ขยัน สามัคคี มีวินัย จากประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยปัจจุบัน เป็นการเรียนรู้ในลักษณะบูรณาการด้วยวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลายที่ผู้เสนอจะต้องวางแผนการจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนประสบความสำเร็จในการเรียนโดยครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยมีทั้งทักษะทางภาษา และทฤษฎีการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม
การปลูกฝังคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ ควรกระทำอย่างยิ่งในวัยการศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งคุณธรรมต่างๆที่ควรปลูกฝังมีดังนี้1)ขยันขยัน คือ ความตั้งใจเพียรพยายามทำหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ อดทน ความขยัน ต้องปฏิบัติควบคู่กับการใช้สติปัญญาแก้ปัญหาจนเกิดผลสำเร็จผู้ที่ความขยัน คือ ผู้ที่ตั้งใจทำอย่างจริงจังต่อเนื่องในเรื่องที่ถูกที่ควรเป็นคนสู้งาน มีความพยายาม ไม่ท้อถอยกล้าเผชิญอุปสรรครักงานที่ทำตั้งใจทำหน้าที่อย่างจริงจัง2)ประหยัดประหยัด คือ การรู้จักเก็บออม ถนอมใช้ทรัพย์สิน สิ่งของแต่พอควรพอประมาณ ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อผู้ที่มีความประหยัด คือ ผู้ที่ดำเนินชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย รู้จักฐานะการเงินของตน คิดก่อนใช้คิดก่อนซื้อ เก็บออม ถนอมใช้ทรัพย์สินสิ่งของอย่างคุ้มค่า รู้จักทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของตนเองอยู่เสมอ3)ความซื่อสัตย์ซื่อสัตย์ คือ ประพฤติตรงไม่เอนเอียงไม่มีเล่ห์เหลี่ยมมีความจริงใจ ปลอดจากความรู้สึกลำเอียงหรืออคติผู้ที่มีความซื่อสัตย์ คือ ผู้ที่มีความประพฤติตรงทั้งต่อหน้าที่ ต่อวิชาชีพ ตรงต่อเวลา ไม่ใช้เล่ห์กลคดโกงทั้งทางตรงและทางอ้อมรับรู้หน้าที่ของตนเองและปฏิบัติอย่างเต็มที่ถูกต้อง4)มีวินัยมีวินัย คือ การยึดมั่นในระเบียบแบบแผน ข้อบังคับและข้อปฏิบัติ ซึ่งมีทั้งวินัยในตนเองและวินัยต่อสังคมผู้ที่มีวินัย คือ ผู้ที่ปฏิบัติตนในขอบเขต กฎ ระเบียบของสถานศึกษา สถาบัน/องค์กร/สังคมและประเทศโดยที่ตนเองยินดีปฏิบัติตามอย่างเต็มใจและตั้งใจ5)สุภาพสุภาพ คือ เรียบร้อย อ่อนโยน ละมุนละม่อม มีกิริยามารยาทที่ดีงาม มีสัมมาคารวะผู้ที่มีความสุภาพ คือ ผู้ที่อ่อนน้อมถ่อมตนตามสถานภาพและกาละเทศะ ไม่ก้าวร้าว รุนแรงวางอำนาจข่มผู้อื่นทั้งโดยวาจาและท่าทาง แต่ในเวลาเดียวกันยังคงมีความมั่นใจในตนเอง เป็นผู้ที่มีมารยาท วางตนเหมาะสมตามวัฒนธรรมไทย6)สะอาดสะอาด คือ ปราศจากความมัวหมองทั้งกาย ใจ และสภาพแวดล้อม ความผ่องใสเป็นที่เจริญตาทำให้เกิดความสบายใจแก่ผู้พบเห็นผู้ที่ความสะอาด คือ ผู้รักษาร่างกาย ที่อยู่อาศัยสิ่งแวดล้อมถูกต้องตามสุขลักษณะฝึกฝนจิตใจมิให้ขุ่นมัวจึงมีความแจ่มใสอยู่เสมอ7)สามัคคีสามัคคี คือ ความพร้อมเพียงกัน ความกลมเกลียวกัน ความปรองดองกัน ร่วมใจกันปฏิบัติงานให้บรรลุ ผลตามที่ต้องการเกิดงานการอย่างสร้างสรรค์ปราศจากการทะเลาะวิวาท ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน เป็นการยอมรับความมีเหตุผล ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางความคิด ความหลากหลายในเรื่องเชื้อชาติ ความกลมเกลียวกันในลักษณะเช่นนี้ เรียกอีกอย่างว่า ความสมานฉันท์ ผู้ที่มีความสามัคคี คือ ผู้ที่เปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รู้บทบาทของตนทั้งในฐานะผู้นำและผู้ตามที่ดี มีความมุ่งมั่นต่อการรวมพลัง ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเพื่อให้การงานสำเร็จลุล่วงแก้ปัญหาและขจัดความขัดแย้งได้ เป็นผู้มีเหตุผล ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมความคิด ความเชื่อพร้อมที่จะปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติ8)มีน้ำใจมีน้ำใจ คือ ความจริงใจที่ไม่เห็นแก่เพียงตัวเองหรือเรื่องของตัวเอง แต่เห็นอกเห็นใจเห็นคุณค่าในเพื่อน มนุษย์ มีความเอื้ออาทรเอาใจใส่ ให้ความสนใจในความต้องการ ความจำเป็น ความทุกข์สุขของผู้อื่น และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกันผู้ที่มีน้ำใจ คือ ผู้ให้และผู้อาสาช่วยเหลือสังคม รู้จักแบ่งปัน เสียสละความสุขส่วนตน เพื่อทำประโยชน์แก่ผู้อื่นเข้าใจ เห็นใจ ผู้ที่มีความเดือดร้อน อาสาช่วยเหลือสังคมด้วยแรงกาย สติปัญญา ลงมือปฏิบัติการเพื่อบรรเทาปัญหา หรือร่วมสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้เกิดขึ้นในชุมชนหากผู้สอนได้ตั้งใจพัฒนาคุณธรรมให้เกิดในจิตใจเด็กและเยาวชนแล้วปัญหาต่างๆ ในสังคมก็จะบรรเทาลงได้โดยเฉพาะในวัยเด็กควรเน้นการพัฒนาคุณภาพพื้นฐานให้เกิดขึ้นหรือซึมซับในจิตใจเสียก่อนอื่นๆ เพราะความรู้ต้องคู่คุณธรรมมีความรู้มากมายแต่ไร้คุณธรรมจะนำชีวิตสู่อบายมุข มีความลุ่มหลง งมงายประเทศชาติไม่พัฒนาขอจงยึดหลักคุณธรรมนำชีวิตมีความสุขหน้า 9

การบ้านจริยธรรมสำหรับนักบริหาร

ให้นักศึกษาวิเคราะห์สาเหตุว่าทำไมคนในสังคมไทยจึงขาดคุณธรรมจริยธรรม
(ส่งทางเมล์หรือทางบล๊อกนี้ก็ได้)

ภูมิกิติ จารุธนนนท์

วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

การบ้านศาสนาเปรียบเทียบ

ให้นักศึกษาอ่านเอกสารที่อาจารย์แจกในวันนี้แล้วสรุปมาเพื่ออภิปรายในวันพุธหน้า
สรุปพิมพ์ส่งผ่านบล๊อกนี้ด้วย
ภูมิกิติ จารุธนนนท์

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ประมวลการสอนวิชาศาสนาเปรียบเทียบ (Comparative Religions)

ประมวลการสอน
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
สาขาวิชา สังคมศึกษา ภาคเรียนที่ ๒/๒๕๕๑
รหัสวิชา ๒๑๑๐๓๐๒ หน่วยกิต ๓ ( ๓-๐–๖)
ชื่อวิชา ศาสนาเปรียบเทียบ (Comparative Religions)
สถานภาพของวิชา £ บังคับ R เลือก
วิชาในหลักสูตร R ปริญญาตรี £ ป.บัณฑิต £ ปริญญาโท
จำนวนชั่วโมง / สัปดาห์
บรรยาย ๓ ชั่วโมง ปฏิบัติ - ชั่วโมง ค้นคว้า ๖ ชั่วโมง
ผู้สอน อ.ภูมิกิติ จารุธนนนท์ (โทร. ).E - mail : pans_2009@hotmail.com. ห้องพัก ๒/๒๐๑
บลีอกของอาจารย์ http://kit-meaninoflife.blogspot.com/
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาประวัติของศาสนาต่าง ๆ รวมทั้งศาสดา หลักคำสอน เป้าหมาย วิธีการ โดยการเปรียบเทียบศาสนาที่มีความนับถือมากในประเทศไทย โดยเฉพาะพระพุทธศาสนา ศาสนาอิสลาม คริสตศาสนา ศาสนาพราหมณ์ ศาสนาขงจื้อ เพื่อให้เข้าใจในศาสนาต่าง ๆ ในแง่ปรัชญาและอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข

วัตถุประสงค์ของรายวิชา
๑. มีความรู้ความเข้าใจในประวัติของศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์- ฮินดู และศาสนาขงจื้อ
๒. มีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมคำสอน เป้าหมายสูงสุดของศาสนาต่าง ๆ ได้
๓. สามารถเปรียบเทียบศาสนาเหล่านั้นและสามารถวิพากษ์ วิเคราะห์ สังเคราะห์ เป็นแผนผังได้
๔. มีความสามารถในการศึกษาค้นคว้าจากเอกสารตำราข้อมูลสารสนเทศ มีทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำรายงาน
๕. มีความสามารถในการทำงานเป็นกลุ่มการสื่อสารภายในกลุ่มและการนำเสนอผลงานกลุ่ม รวมทั้งการอภิปรายในกลุ่ม
แผนการสอนและเค้าโครงรายวิชา
สัปดาห์
หัวข้อเรื่อง
กิจกรรม
สื่อการสอน
การวัดผล
๑
การศึกษาศาสนาเปรียบเทียบ
- วิธีการศึกษาแบบวิชาการ
- ความสำคัญของการศึกษาศาสนาเปรียบเทียบ
- การศึกษาศาสนาแบบปรัชญา
๑. ชี้แจงแผนการเรียนกาสอน
๒. ให้นักศึกษาเขียนอธิบาย
ความหมายของคำว่า “ศาสนา” แล้วสุ่มอ่าน ๑ – ๕ความหมาย
๓. อภิปรายร่วมกัน
๔. แบ่งกลุ่มนักศึกษามอบงาน
-power point
-แผนการสอน
- สังเกตและบันทึกผล
กาอภิปราย
๒ - ๕
ประวัติของศาสนาต่าง ๆ
- ศาสนาพุทธ
- ศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู
- ศาสนาคริสต์
- ศาสนาอิสลาม
- ศาสนาขงจื้อ
๑. ชี้แจงการเรียนรู้ประวัติศาสนา
๒. แบ่งกลุ่มทำหน้าที่ในการตั้ง
คำถามการวิพากษ์ วิจารณ์
และเสนอแนะ
๓. นำเสนอผลงาน รายงาน
๔. อภิปรายร่วมกัน
๕. อาจารย์วิพากษ์และเสนอแนะ
-power point
-CD หรือ
VCD เกี่ยวกับประวัติศาสนา
ต่าง ๆ
- สังเกตและ
ประเมิน รายงานของ
แต่ละกลุ่ม

สัปดาห์
หัวข้อเรื่อง
กิจกรรม
สื่อการสอน
การวัดผล
๖ - ๘
หลักธรรมที่สำคัญของศาสนาต่าง ๆ
- พุทธ
- พราหมณ์ – ฮินดู
- คริสต์
- อิสลาม
- ขงจื้อ
๑. ชี้แจงการเรียนรู้หลักธรรมที่สำคัญของศาสนาต่าง ๆ
๒. แบ่งกลุ่มทำหน้าที่ในการตั้งคำถามการวิพากษ์ วิจารณ์
และเสนอแนะ
๓. นำเสนอผลงาน รายงาน
๔. อภิปรายร่วมกัน
๕. อาจารย์วิพากษ์และเสนอแนะ
- power point
-แผนผังแสดงหลักธรรมที่สำคัญของศาสนา
- สังเกตและประเมินรายงานของ
แต่ละกลุ่ม
๙ - ๑๒
กำเนิดและประเภทของศาสดา คัมภีร์ และเป้าหมายสูงสุดของศาสนาต่าง ๆ
- พุทธ
- พราหมณ์ – ฮินดู
- คริสต์
- อิสลาม
- ขงจื้อ
๑. ชี้แจงการเรียนรู้กำเนิด ประเภทศาสดา คัมภีร์ และเป้าหมายสูงสุดของศาสนาต่าง ๆ
๒. แบ่งกลุ่มทำหน้าที่ในการตั้งคำถามการวิพากษ์ วิจารณ์
และเสนอแนะ
๓. นำเสนอผลงาน รายงาน
๔. อภิปรายร่วมกัน
๕. อาจารย์วิพากษ์และเสนอแนะ
-power point
-แผนผังแสดงประเภทศาสดา คัมภีร์และเป้าหมายสูงสุดของศาสนาต่าง ๆ
- สังเกตและ
ประเมินรายงานของแต่ละกลุ่ม
๑๓ -๑๔
ความสัมพันธ์ของศาสนาต่าง ๆ
- พิธีกรรม
- สัญลักษณ์ทางศาสนา
๑. ชี้แจงการเรียนรู้ความ สัมพันธ์ของศาสนาต่าง ๆ
๒. แบ่งกลุ่มทำหน้าที่ในการตั้งคำถามการวิพากษ์ วิจารณ์และเสนอแนะ
๓. นำเสนอผลงาน รายงาน
๔. อภิปรายร่วมกัน
๕. อาจารย์วิพากษ์และ
เสนอแนะ
-power point
-แผนผังแสดงความสัมพันธ์ประเพณี –พิธีกรรมของศาสนาต่าง ๆ
- สังเกตและประเมินรายงานของ แต่ละกลุ่ม
๑๕
สรุปบทเรียนทั้งหมด
๑. ผู้สอน – นักศึกษา
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
-เอกสารคำสอน
- power point
- สังเกตและ
ประเมินจาก
อภิปราย
ร่วมกัน

การวัดผลและการประเมินผล
๑. คะแนนระหว่างภาคเรียน ๗๐ คะแนน
- การนำเสนอรายงานการศึกษาค้นคว้า ๑๕ คะแนน
- ทดสอบย่อย ๑๕ คะแนน
- สอบกลางภาค ๒๐ คะแนน
- จิตพิสัย ๑๐ คะแนน
๒. คะแนนสอบปลายภาค ๓๐ คะแนน
๓. เกณฑ์การประเมินผล
A : ๘๐ – ๑๐๐ B+ : ๗๕ – ๗๙ B : ๗๐-๗๔
C+ : ๖๕ – ๖๙ C : ๖๐ - ๖๔ D+ : ๕๕ - ๕๙
D : ๕๐ – ๕๔ E : ๐ – ๔๙
I (ร) : ส่งงานไม่ครบ X : ขาดสอบปลายภาค





รายชื่อตำรา เอกสาร วารสาร
๑.บังคับ
สุจิตรา รณรื่น, รองศาสตราจารย์. (๒๕๔๒). ศาสนาเปรียบเทียบ. พิมพ์ครั้งที่ ๖. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ดวงแก้ว.
๒. หนังสืออ่านประกอบ
กีรติ บุญเจือ. (๒๕๓๒). ศาสนศาสตร์เบื้องต้น. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.
วนิดา ขำเขียว, ผู้ช่วยศาสตราจารย์. (๒๕๔๑). ศาสนาเปรียบเทียบ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์เจนเตอร์เพรส.
สุชีพ ปุญญานุภาพ. (๒๕๑๖). ประวัติศาสตร์ศาสนา. พิมพ์ครั้งที่ ๓. กรุงเทพฯ: เฟื่องอักษร.
เสฐียร พันธรังษี, ศาสตราจารย์พิเศษ. (๒๕๔๒). ศาสนาเปรียบเทียบ. พิมพ์ครั้งที่ ๘. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สุขภาพใจ.
เสฐียรโกเศศ. (๒๕๑๕). ศาสนาเปรียบเทียบ. กรุงเทพฯ: อมรการพิมพ์.
เสรี พงศ์พิศ. (๒๕๓๑). ศาสนาคริสต์. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
เสาวนีย์ จิตต์หมวด. (๒๕๓๕). วัฒนธรรมอิสลาม. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ทางนำ.
ค้นคว้าจาก internet
http://kit-meaninoflife.blogspot.com/
www.kin-author.com/truth.htm
www.webdidi.com/Knowledge/religious%20&%20philosophy.htm
www.vcharkarn.com/include/article/showarticle.php
www.budpage.com/
www.nrru.ac.th/web/gen_educ/plan/real_life.html
www.arts.chula.ac.th/~philoso/philos/teachers.htm
เงื่อนไขของวิชา
๑. นักศึกษาต้องเข้าชั้นเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนจึงมีสิทธิ์สอบ
๒. การส่งงานต้องเป็นไปตามกำหนด
๓. นักศึกษาต้องตรงต่อเวลา กรณีที่มีสายเกิน ๑๕ นาที ให้ถือว่าขาดเรียนในชั่วโมงนั้น ๆ
๔. หากนักศึกษามีความจำเป็น ไม่สามารถเข้าเรียนได้ให้ส่งใบลาขอหยุดเรียนในแต่ล่ะชั่วโมง
๕. นักศึกษาต้องปิดสัญญาณการสื่อสารทุกชนิดในขณะที่เรียนเพื่อมิให้รบกวนผู้อื่น
๖. เมื่อนักศึกษาต้องการติดต่อกับอาจารย์ผู้สอนสามารถเขียนโน้ตวางไว้บนโต๊ะอาจารย์ที่ห้อง ๒/๒๐๑
หรือติดต่อทางโทรศัพท์ หรือทาง E-mail ตามที่แจ้งไว้ในประมวลการสอนได้



------------------------------------------------------

ประมวลการสอนวิชา จริยศาสตร์ (Ethics)

ประมวลการสอน
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
สาขาวิชา ปรัชญาและศาสนา ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๔๙
รหัสวิชา ๒๑๑๐๒๐๑ หน่วยกิต ๓ ( ๓-๐-๖ )
ชื่อวิชา จริยศาสตร์ (Ethics)
สภาพของวิชา £ บังคับ Rเลือก
วิชาในหลักสูตร R ปริญญาตรี £ ป.บัณฑิต £ ปริญญาโท
จำนวนชั่วโมง /๑ สัปดาห์
บรรยาย ๓ ชั่วโมง ปฏิบัติ – ชั่วโมง ค้นคว้า ๖ ชั่วโมง
ผู้สอน อ. ภูมิกิติ จารุธนนนท์ (โทร. E - mail : pans_ 2009@hotmail.com ห้องพัก ๒/๒๐๑
บลีอกของอาจารย์ http://kit-meaninoflife.blogspot.com
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาทรรศนะแนวคิดของศาสดาและปรัชญาเมธีที่สำคัญทั้งตะวันตกและตะวันออกเกี่ยวกับเรื่องอุดมคติชีวิต อุดมการณ์ชีวิต หลักการดำเนินชีวิต มาตรฐานที่ใช้ตัดสินปัญหาทางจริยธรรม

วัตถุประสงค์หลังจากเรียนรายวิชานี้แล้ว ผู้เรียนเกิดผลการเรียนรู้ดังนี้
1. เข้าใจทรรศนะแนวคิดของศาสดาและปรัชญาเมธีที่สำคัญเกี่ยวกับอุดมคติชีวิต
2. รู้และเข้าใจหลักการดำเนินชีวิตตามแนวคิดของศาสดาและปรัชญาเมธีที่สำคัญ
3. เข้าใจทฤษฏีทางจริยศาสตร์ที่สำคัญ และรู้จักนำทฤษฏีเหล่านั้นไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
4. เข้าใจเกณฑ์หรือมาตรฐานในการตัดสินในทางจริยธรรม

เนื้อหารายวิชาและกิจกรรมรายสัปดาห์
สัปดาห์ที่
เรื่อง
กิจกรรม
สื่อ
การวัดผล
๑
- แนะนำรายวิชา
- แจกประมวลการสอน
- จริยศาสตร์
- บรรยาย
- อภิปราย
- ประมวลการสอน
- power point
สังเกต


๒ - ๓
- เนื้อหาขอบเขตของจริยศาสตร์
- ปัญหาสำคัญทางจริยศาสตร์
- บรรยาย
- อภิปรายแสดงความคิดเห็น
ร่วมกัน
- ทำแบบทดสอบ

- power point
- ซักถาม
- สังเกต
- ตรวจแบบทดสอบ
๔ - ๖
- จริยศาสตร์ตะวันตก
- โสเครติส
- เพลโต
- อริสโตเติล
- อิมมานูเอล คานท์
- บรรยาย
- นำเสนอรายงานแต่ละกลุ่ม
- อภิปราย
- power point
- ใบงาน
- ซักถาม
- ตรวจวิจารณ์รายงานแต่ละกลุ่ม
๒

สัปดาห์ที่
เรื่อง
กิจกรรม
สื่อ
การวัดผล
๗ - ๙
จริยศาสตร์ตะวันออก
- พราหมณ์ – ฮินดู
- พระพุทธเจ้า
- เหล่าจื้อ
- ขงจื้อ
- พระเยซู
- นบีมูฮัมหมัด
- นำเสนองานกลุ่ม
- บรรยาย
- อภิปราย
- power point
- แผนภูมิ
- จริยศาสตร์
แต่ละศาสนา
- ตรวจงานกลุ่ม


๑๐
สอบกลางภาค
การสอบเก็บคะแนน
๒๐ คะแนน
- ข้อสอบ
- อัตนัย
- ปรนัย
- ตรวจข้อสอบ
๑๑ - ๑๕
- เกณฑ์ตัดสินทางจริยธรรมปัญหาการทำแท้งและ
การุณยฆาต
- เกณฑ์เชิงจิตพิสัย
- สัมพัทธนิยม
- ประโยชน์นิยม
- เกณฑ์เชิงวัตถุวิสัย
- ลัทธิมโนธรรมสมบูรณ์
- จริยศาสตร์ของคานท์
- บรรยาย
- อภิปราย
- วิเคราะห์
- power point
- ใบงาน

- ซักถาม
- สังเกต
- ตรวจใบงาน


การวัดผล
วิธีการ คะแนน ร้อยละ
๑. คะแนนระหว่างภาคเรียน
๑.๑ การร่วมกิจกรรม (เข้าชั้นเรียน) = ๑๐ ๑๐
๑.๒ รายงานกลุ่ม = ๒๐ ๒๐
๑.๓ ทดสอบย่อย = ๒๐ ๒๐
๑.๔ สอบกลางภาค = ๒๐ ๒๐
๒. คะแนนสอบปลายภาค = ๓๐ ๓๐
รวม (Total) = ๑๐๐ ๑๐๐


๘๐ - ๑๐๐
๗๕ -๗๙
๗๐ -๗๔
๖๕ - ๖๙
๖๐ - ๖๔
๕๕ - ๕๙
๕๐ -๕๔
๐-๔๙
A
B+
B
C+
C
D+
D
E




๓
รายชื่อตำรา เอกสาร วารสาร
1. บังคับ
ชัยวัฒน์ อัตพัฒน์ . (๒๕๔๕). จริยศาสตร์ ETHIC.(พิมพ์ครั้งที่ ๙ ). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
2. เพิ่มเติมควรอ่าน
กีรติ บุญเจือ. (๒๕๓๘). จริยศาสตร์สำหรับผู้เริ่มเรียน. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช.
จำเริญรัตน์ เจือจันทร์. (๒๕๔๘). จริยศาสตร์ : ทฤษฏีจริยธรรมสำหรับบริหารการศึกษา.กรุงเทพฯ:โอเดียนสโตร์.
เชิดชัย เลิศจิตรเลขา. (๒๕๔๘). คริสตจริยศาสตร์พื้นฐาน. กรุงเทพฯ : คณะนักบวชคาบิลเลียนประเทศ ไทย.
น้อย พงศ์สนิท. (๒๕๒๗). จริยศาสตร์ : ปรัชญาว่าด้วยจริยธรรม. กรุงเทพฯ : มิตรนราการพิมพ์.
เนื่องน้อย บุณยเนตร.(๒๕๒๙). จริยศาสตร์กับปัญหาปัจจุบัน. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พระเทพเวที (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). (๒๕๓๖) ทำแท้ง : ตัดสินอย่างไรชีวิตเริ่มต้นเมื่อไร การทำแท้งในทัศนะของ พระพุทธศาสนา. กรุงเทพฯ : มูลนิธิพุทธธรรม.
ลำดวน ศรีมณี. (ม.ป.ป.) จริยธรรมและจริยศาสตร์ตะวันออก. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ดวงแก้ว.
วศิน อินทสระ (๒๕๒๙). จริยศาสตร์. กรุงเทพฯ : บรรณาคาร.
วิทย์ วิศทเวทย์. (๒๕๓๐).จริยศาสตร์เบื้องต้น. กรุงเทพฯ :อักษรเจริญทัศน์.
สมภาร พรมทา. (๒๕๓๕). พุทธศาสนากับปัญหาจริยศาสตร์ : ทัศนะของพุทธศาสนาเกี่ยวกับปัญหาโสเภณีทำ แท้งและการุณยฆาต.กรุงเทพฯ : พุทธชาต.
สุลักษณ์ ศิวลักษ์ (๒๕๑๕). พรมแดนแห่งความรู้ (รวมบทความของศิษยานุศิษย์ของพระยาอนุมานราชชน). กรุงเทพฯ : สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย.




------------------------------------------------

ประมวลการสอนวิชาความจริง

ประมวลการสอน
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
สาขาวิชา ปรัชญาและศาสนา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551
รหัสวิชา 2110101 และ 1500104 หน่วยกิต 3(3-0-6)
ชื่อวิชา ความจริงของชีวิต (Meaning of Life)
สถานภาพของวิชา £ บังคับ R เลือก
วิชาในหลักสูตร R ปริญญาตรี £ ป.บัณฑิต £ ปริญญาโท
จำนวนชั่วโมง / สัปดาห์
บรรยาย 3 ชั่วโมง ปฏิบัติ - ชั่วโมง ค้นคว้า 6 ชั่วโมง
ผู้สอน อ.ภูมิกิติ จารุธนนนท์ (โทร. ) E - mail : pans_2009@hotmail.com ห้องพัก 2/201
บล๊อกของอาจารย์ http://kit-meaninoflife.blogspot.com/
______________________________________________________________________________________________

คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาความจริงของชีวิต ความหมายของชีวิต การดำรงชีวิตในสังคมปัจจุบันและโลกยุควิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ การนำเอาความจริงและหลักศาสนธรรมไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาและพัฒนาปัญญา ชีวิตและสังคม การพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมตามหลักศาสนธรรม เพื่อชีวิตที่มีสันติสุขและสังคมที่มีเสถียรภาพ

วัตถุประสงค์หลังจากเรียนรายวิชานี้แล้ว ผู้เรียนเกิดผลการเรียนรู้ ดังนี้
1. เข้าใจความหมายของชีวิต และเห็นความสำคัญของการเกิดมาเป็นมนุษย์
2. เข้าใจสาระของชีวิตตามแนวทางของปรัชญาทฤษฎีต่าง ๆ และตามหลักคำสอนของศาสนาต่าง ๆ
3. สามารถนำหลักปรัชญาและหลักศาสนามาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้
4. สามารถพิจารณาความจริงของชีวิตด้วยปัญญา เห็นคุณค่าของชีวิตตนเอง และผู้อื่น
5. เห็นคุณค่าของคุณธรรมและจริยธรรม สามารถเลือกคุณธรรมและจริยธรรมมาใช้ให้เหมาะสมแก่
สถานการณ์ได้
6. รู้จักนำปัญหาอันอาจเกิดขึ้นในชีวิตมาพิจารณาหาสาเหตุและใช้หลักศาสนธรรมแก้ปัญหาชีวิตได้
7. รู้จักกำหนดหลักการดำเนินชีวิตเพื่อความสงบสุขแก่ตนเองและเกิดสันติสุขแก่สังคม





เนื้อหารายวิชาและกิจกรรมรายสัปดาห์
สัปดาห์ที่
หัวเรื่อง
กิจกรรม
สื่อการสอน
การวัดผล
1
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคำว่า “ความจริงชีวิต” “คน” และคำว่า “มนุษย์”
1. อธิบายแผนการสอน
2. ให้ทดลองเขียนอธิบายความหมายของ
ต่าง ๆ เป็นรายบุคคลแล้วสุ่มอ่าน
3. อธิบายความหมายของคำต่าง ๆ ประกอบแผ่นใสและซักถามเป็นรายบุคคล
4. ให้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
- power point
-แผนการสอน
-ใบความรู้ 1.1

- สังเกตจากการ
ตอบคำถาม
- พิจารณาและ
ตรวจสอบ
ใบความรู้
2
- ความเป็นมาของชีวิตคนตามความคิด
ของนักปรัชญา
- ความเป็นมาของคนตามหลักศาสนา
พราหมณ์ พุทธ คริสต์ และอิสลาม
- ความต้องการของคน
1. เล่าตำนานของคนที่มาจากศาสนาต่าง ๆ
2. อธิบายประกอบการซักถามพร้อมฉาย
แผ่นใส
3. อภิปรายประกอบการซักถามพร้อมฉาย
แผ่นใส
4. อภิปรายเรื่องความต้องการของคน
5. ทดลองตอบคำถามท้ายหน่วย
- power point
-ใบความรู้ 1.2.1
-ใบความรู้ 1.2.2
-ใบความรู้ 1.4.1



- สังเกตการร่วม
กิจกรรม
- ตรวจใบความรู้
3
คุณค่าชีวิตของคนที่มีต่อบุคคลอื่น ๆ
1. แบ่งกลุ่มจับฉลากบัตรงาน อภิปรายกลุ่มในหัวข้อที่แตกต่างกัน
2. ตัวแทนแต่ละกลุ่มรายงาน
3. อภิปรายประกอบการซักถามและฉาย
แผ่นใส
- power point
- ฉลากหัวข้อ
เรื่อง



- สังเกตจากความ
สนใจในการร่วม
กิจกรรม
- ประเมินจาก
ผลงานการเขียน
และการพูด

4
จุดมุ่งหมายของชีวิตตามหลักปรัชญา
- สุขนิยม
- ปัญญานิยม
- วิมุตินิยม
- มนุษยนิยม
- อัตถิภาวนิยม
1. อธิบายประกอบการซักถาม
2. อภิปรายเปรียบเทียบจุดมุ่งหมายของชีวิตตามหลักปรัชญาทฤษฎีต่าง ๆ
3. เขียนรายงานส่งเป็นงานกลุ่ม


- power point
-ใบความรู้ที่ 3.1


- สังเกตและ
ตรวจสอบใบ
ความรู้




สัปดาห์ที่
หัวเรื่อง
กิจกรรม
สื่อการสอน
การวัดผล
5
จุดมุ่งหมายของชีวิตตามหลักศาสนาพราหมณ์ พุทธ คริสต์ อิสลาม
1. อภิปรายประกอบการฉายแผ่นใส
2. นักศึกษาสรุปจุดมุ่งหมายของชีวิตตามหลักศาสนาต่าง ๆ เป็นรายบุคคล
3. อภิปรายลักษณะของจุดมุ่งหมายของชีวิตที่ดีและเป็นไปได้
4. อภิปรายสรุปความสำคัญของการตั้งจุดมุ่งหมายของชีวิต
- power point
-ใบความรู้ที่ 3.2
- สังเกตและ
ประเมินจาก
การอภิปราย
ร่วมกัน
6
ปัญหาของชีวิตที่เป็นปัญหาสังคม

1. ยกตัวอย่างข่าวและสรุปปัญหาจากข่าว
2. ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มอ่านข่าวที่เตรียมมาให้ไม่ซ้ำกันและร่วมกันอภิปรายสาเหตุของปัญหาพร้อมวิธีป้องกันแก้ไข
3. จับฉลากหาตัวแทนกลุ่มรายงานหน้าชั้น
4. สรุปด้วยแผ่นใส
-กระดาษ
ชาร์ทติดข่าว
-ฉลาก
- power point
- รายงานกลุ่ม
- สังเกตและ
ประเมินจาก
การนำเสนอ
ของแต่ละกลุ่ม
7
ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากตัวมนุษย์เอง
1. อธิบายปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากมนุษย์
ประกอบซักถามพร้อมฉายแผ่นใส
2. นักศึกษารวมกลุ่มกันพิจารณาความทุกข์ของคนที่อยู่ในข่าว
3. เขียนส่งเป็นรายงานกลุ่ม
- power point
- ข่าว
- สังเกตและ
ตรวจสอบ
คำตอบของแต่
ละกลุ่ม
8
แก้ปัญหาชีวิตด้วยหลักอริยสัจ 4 ไตรสิกขา ไตรลักษณ์
1. เปิดแถบบันทึกเสียงธรรมะ ประกอบนิทานให้ฟัง 20 นาที
2. แบ่งกลุ่มตั้งคำถามที่ได้จากการฟัง
3. จับฉลากหากลุ่มที่เป็นผู้ถามและกลุ่มที่เป็นผู้ตอบเพื่อให้คะแนนกลุ่ม
-เทป
-แถบบันทึกเสียง
- power point

- สังเกตความ
สนใจ
- ตรวจสอบ
คำตอบแต่ละ
กลุ่ม
9
แก้ปัญหาชีวิตด้วยหลักธรรม คือ
- อริยสัจ
- ไตรสิกขา
- ไตรลักษณ์

1. อธิบายประกอบการซักถาม
2. ให้ยกตัวอย่างการกระทำที่สอดคล้องกับ
หัวข้อต่าง ๆ เป็นรายบุคคล
3. อธิบายสรุปด้วยแผ่นใสแสดงแผนภูมิ
หลักธรรม
4. ยกตัวอย่างปัญหาชีวิตให้นักศึกษา
อภิปรายแก้ปัญหาด้วยหลักธรรม
- power point

- แบ่งกลุ่ม
อภิปราย
- ทดสอบย่อย
สัปดาห์ที่
หัวเรื่อง
กิจกรรม
สื่อการสอน
การวัดผล
10
หลักธรรมเพื่อสันติสุขในสังคม
เบญจศีล เบญจธรรม
อิทธิบาท ฆราวาสธรรม
สังคหวัตถุ พรหมวิหาร
ทิศ 6 อบายมุข
1. แบ่งกลุ่มให้ค้นคว้ามาล่วงหน้า
2. เล่นเกมตอบปัญหาทีละกลุ่มตามหัวข้อ
ที่จับฉลากได้ให้คะแนนกลุ่ม
3. เฉลยและอธิบายหลักธรรมเพิ่มเติม
- ฉลากหัวข้อ
หลักธรรม
-ใบความรู้ที่ 6.1
- สังเกตความ
สนใจและ
ตรวจสอบ
คำตอบของแต่
ละกลุ่ม
11
หลักธรรมเพื่อสันติสุขในสังคม
- กฎแห่งกรรม

1. เล่าเรื่องที่แสดงถึงกฎแห่งกรรม
2. เล่มเกมตอบปัญหาทีละกลุ่มตามหัวข้อ
ที่จับฉลากได้ให้คะแนนกลุ่ม
3. เฉลยและอธิบายหลักธรรมเพิ่มเติม
- power point

- ตรวจสอบ
คำตอบแต่ละ
กลุ่ม
12
หลักธรรมของศาสนาอื่นเพื่อสันติสุขของสังคม
- ศาสนาคริสต์
- ศาสนาอิสลาม
- ศาสนาเต๋า
- ศาสนาขงจื๊อ
ฯลฯ
1. อภิปรายถึงหลักธรรมของศาสนาอื่นที่ นักศึกษามีความรู้มาแล้ว
2. อธิบายหลักธรรมของศาสนาอื่นแต่ละศาสนา
3. นักศึกษาร่วมกันพิจารณาหลักธรรมที่ทุกศาสนาสอนเหมือนกันและหลักธรรมที่มีเฉพาะบางศาสนา
4. ตอบคำถามหน่วยที่ 7
-VCD ประวัติพระเยซู
- วัฒนธรรม
อิสลาม
- power point

- สังเกตความ
สนใจ
13
คุณธรรมสำหรับคนในสังคม
มงคลชีวิต 38 ประการ
1. ให้นักศึกษาช่วยกันยกตัวอย่างคุณธรรม
ต่าง ๆ ที่ควรปลูกฝังให้คนในสังคม
แล้วเขียนลงแผ่นใส
2. ให้นักศึกษาอ่านหัวข้อมงคลชีวิตทั้ง 38
ประการเพื่อพิจารณามงคลชีวิตที่สอด
คล้องกับหลักธรรม
3. นักศึกษาอธิบายประโยชน์ของ
หลักธรรมและประโยชน์ของมงคล
ชีวิตเป็นรายบุคคล
-ชุดการสอน
- power point


- สังเกตจากการ
ร่วมกิจกรรม
14 - 15
รายงานปลายภาคเพื่อสรุปความเข้าใจเกี่ยวกับความจริงของชีวิต
นักศึกษารายงานกลุ่มหน้าชั้นเรียนโดยให้คะแนนเป็นรายบุคคล (งานนี้สั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์)
- เอกสารคำสอน
- สื่อสิ่งพิมพ์
ต่างๆ
- ฟังและประเมินจากการพูดและเอกสารที่ส่ง

วิธีการวัดผล
วิธีการ คะแนน ร้อยละ
1. คะแนนระหว่างภาคเรียน
1.1 การร่วมกิจกรรม (เข้าชั้นเรียน) = 10 10
1.2 ทดสอบย่อย = 30 30
1.3 สอบกลางภาค = 30 30
2. คะแนนสอบปลายภาค = 30 30
รวม (Total) = 100 100
3. เกณฑ์การตัดเกรด
A = 80 – 100 B+ = 75 – 79 B = 70 – 74 C+ = 65 – 69
C = 60 – 64 D+ = 55 – 59 D = 50 – 54 E = 0 – 49
I = ส่งงานไม่ครบ X = ขาดสอบปลายภาค
รายชื่อตำรา เอกสาร วารสาร
1. บังคับ
ภูมิกิติ จารุธนนนท์. (2548) เอกสารประกอบการสอนวิชาความจริงของชีวิต. ลพบุรี : คณะมนุษยศาสตร์และ
สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี.
2. เพิ่มเติม
กีรติ บุญเจือ, ศาสตราจารย์. (2538). จริยศาสตร์. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช.
. (2538). ปรัชญาสำหรับผู้เริ่มเรียน. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช.
ไชย ณ พล. (2539). การบริหารชีวิตให้เกิดประโยชน์สูงสุด. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์เคล็ดไทย.
เตชปัญโญภิกขุ. (2540). ศึกษาพุทธศาสนาอย่างวิทยาศาสตร์. เชียงใหม่ : สำนักพิมพ์บุณยนิธิ.
บุญมี แท่นแก้ว, ผู้ช่วยศาสตราจารย์. (2541). ปรัชญา. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.
ปัญญา สละทองตรง. (2540). ธรรมคดี. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์การศาสนา.
พร รัตนสุวรรณ. (2542). หลักพระพุทธศาสนาสำหรับทุกคน. สำนักค้นคว้าทางวิญญาณ.
พระเทพเวที (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). (2542). ไตรลักษณ์. กรุงเทพฯ : มูลนิธิพุทธธรรม.
พระธรรมปิฏก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2539). พุทธธรรมกับปรัชญาการศึกษาไทยในโลกยุคโลกาภิวัตน์. คณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
. (2538). วินัยเรื่องใหญ่กว่าที่คิด. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ : มูลนิธิพุทธธรรม.
. (2543). พุทธศาสน์กับการแนะแนว. (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ : มูลนิธิพุทธธรรม.
พระมหาจรรยา สุทฺธิาโณ. (2541). ทางสันติสุข. กรุงเทพฯ : ดาราวรรณการพิมพ์.
พระราชธรรมนิเทศ (ระแบบ, ตาโณ). (2541). โลกและชีวิตในวิถีแห่งธรรม. กรุงเทพฯ : ศูนย์ส่งเสริม
พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย.
พระราชสุทธิญาณมงคล(จรัล ตธมฺโม). (2542). พุทธศาสนาและปัญญาชนตะวันตก. กรุงเทพฯ : วิริยะพัฒนาการพิมพ์.
พฤฒาจารย์ วิพุธ โยคะ รัตนรังษี. (2530). เกร็ดความรู้เรื่องราวชีวิตมนุษย์ในวัฏจักร. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์สุขภาพใจ.
พุทธทาสภิกขุ. (ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์). เมื่อธรรมครองโลก. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์สุขภาพใจ.
ระวี ภาวิไล. (2537). ชีวิตดีงาม. (พิมพ์ครั้งที่ 2) กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ผีเสื้อ.
ระวี ภาวิไล. (2538). คุณค่าชีวิต. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ผีเสื้อ.
วิทย์ วิศทเวทย์, ศาสตราจารย์ ดร. (2542). ปรัชญาทั่วไป ฉบับปรับปรุงใหม่. (พิมพ์ครั้งที่ 15). กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์.
สมภาร พรมทา. (2542). พุทธปรัชญา มนุษย์ สังคมและปัญหาจริยธรรม. กรุงเทพฯ : โครงการตำรา คณะอักษรศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุจิตรา (อ่อนค้อม) รณรื่น. (2540). ปรัชญาเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ : อักษรพิพัฒน์.
สุเมธ แสงนิ่มนวล. (2541). คนควรคิด. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์บุ๊คแบงก์.
เสฐียรพงษ์ วรรณปก. (ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์). พุทธวิธีแก้ทุกข์ในสายธารธรรม. ชุมพร : สวนปฏิบัติธรรมทุ่งไผ่.
เสรี พงษ์พิศ และคณะ. (2524). คนในทรรศนะของศาสนาอิสลามและคริสต์ศาสนา. กรุงเทพฯ : สภาคาทอลิกแห่ง
ประเทศไทยเพื่อการพัฒนา.
ค้นคว้าจาก internet
http://kit-meaninoflife.blogspot.com/
www.kin-author.com/truth.htm
www.webdidi.com/Knowledge/religious%20&%20philosophy.htm
www.vcharkarn.com/include/article/showarticle.php
www.budpage.com/
www.nrru.ac.th/web/gen_educ/plan/real_life.html
www.arts.chula.ac.th/~philoso/philos/teachers.htm
เงื่อนไขของวิชา
1. นักศึกษาต้องเข้าชั้นเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยล่ะ 80 ของเวลาเรียนจึงมีสิทธิ์สอบ
2. การส่งงานต้องเป็นไปตามกำหนด
3. นักศึกษาต้องตรงต่อเวลา กรณีที่มีสายเกิน 15 นาที ให้ถือว่าขาดเรียนในชั่วโมงนั้น ๆ
4. หากนักศึกษามีความจำเป็น ไม่สามารถเข้าเรียนได้ให้ส่งใบลาขอหยุดเรียนในแต่ละชั่วโมง
5. นักศึกษาต้องปิดสัญญาณการสื่อสารทุกชนิดในขณะที่เรียนเพื่อมิให้รบกวนผู้อื่น
6. เมื่อนักศึกษาต้องการติดต่อกับอาจารย์ผู้สอนสามารถเขียนโน๊ตวางไว้บนโต๊ะอาจารย์ที่ห้อง 2/201 หรือติดต่อทางโทรศัพท์ ทาง E-mail ตามที่แจ้งไว้ในประมวลการสอน


วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโ เทวมานุเส
ผู้มีความรู้และความประพฤติดีเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในหมู่เทพและมนุษย์

วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

การบ้าน นักศึกษา ร.ป.บ.

การบ้านวิชาจริยธรรมสำหรับนักบริหาร (วันเสาร์ที่ ๑ พ.ย. ๒๕๕๑)
๑.ให้นักศึกษาเลือกคุณธรรมที่คิดว่าเหมาะสำหรับสังคมไทยปัจจุบัน และให้เหตุผลด้วยว่าทำไม่จึงเลือกคุณธรรมนั้น
๒. เมื่อนักศึกษาเลือกคุณธรรมนั้นแล้วให้อธิบายวิธีการที่จะทำให้คุณธรรมนั้นกลายเป็นจริยธรรมมาด้วยอาจยกตัวอย่างในองค์กรหรือในครอบครัวของท่านมาก็ได้
(หมายเหตุ: นักศึกษาสามารถส่งการบ้านทางอีเมล์ที่ให้ไว้ในประมวลการสอนก็ได้)
ภูมิกิติ จารุธนนนท์