มทร.ธัญบุรีเร่งสร้างจริยธรรมนักศึกษา เปิด"วิชามนุษย์กับจริยธรรม"อ.สุธิดา ชัยรุ่งเรือง อาจารย์สาขาวิชามนุษยศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหาเรื่องคุณธรรมจริยธรรมของเด็กและเยาวชนเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ทุกคนควรให้ความสำคัญและช่วยแก้ไข ซึ่งทาง มทร.ธัญบุรี ได้มีนโยบายที่จะสร้างคุณธรรมและจริยธรรมให้กับนักศึกษา จึงได้ร่วมกับ ผศ.พนมเทียน บุญส่งเสริมสุข เปิดสอนวิชามนุษย์กับจริยธรรม เป็นวิชาเลือกให้นักศึกษาที่สนใจ เนื้อหาที่ใช้ในการเรียนการสอนจะเน้นให้นักศึกษารู้คุณค่าของความเป็นมนุษย์ รู้จักความเป็นมนุษย์ของตัวเองและคนอื่น โดยใช้ทฤษฎีทางปรัชญาและหลักคำสอนจากทุกศาสนา ไม่ได้ให้ความสำคัญกับทฤษฎีเพียงอย่างเดียว แต่เน้นไปที่การได้คิดจากกิจกรรมที่จัดขึ้นรวมถึงสื่อภาพยนตร์และโฆษณา ระหว่างเรียน นักศึกษาต้องตั้งคำถามว่ามนุษย์คืออะไร ตามหลักจิตวิทยา และธรรมชาตินิยม นักศึกษาที่มาจากต่างคณะจะมองต่างกัน อาจารย์จะเลือกภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับนักศึกษาจากแต่ละคณะ เช่น ถ้านักศึกษากลุ่มนั้นมาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ก็จะเลือกใช้ภาพยนตร์เรื่องไอโรบอตที่บอกเล่าถึงเรื่องราวของหุ่นยนต์ เป็นต้น นอกจากภาพยนตร์แล้วจะมีโฆษณา เพราะอยู่ในชีวิตของเด็กตลอดเวลาจะสอนให้เด็กดูเป็นว่าต้องการสื่ออะไร มีผลต่อผู้บริโภคอย่างไรให้ดูให้เป็นไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของสื่อเหล่านี้ รวมถึงสารคดีต่างๆ ที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของมนุษย์ เมื่อดูจบแล้วก็จะให้นักศึกษาทุกคนร่วมกันแสดงความคิดเห็น ทั้งนี้ นอกจากกิจกรรมในห้องเรียนแล้วนักศึกษาที่ลงเรียนวิชานี้จะต้องทำกิจกรรมเพื่อสังคมด้วย ซึ่งอาจารย์ผู้สอนได้นิยามว่าเป็นกิจกรรมสะสมความดี อย่างเช่น บริจาคเลือด ไปดูแลเด็กตาบอด เก็บขยะชายทะเล เก็บขยะริมคลอง ดูแลวัด เป็นต้น ซึ่งนักศึกษาแต่ละคนสามารถเลือกได้ว่าอยากจะพัฒนาตัวเองด้วยกิจกรรมอะไร"ในปัจจุบัน จริยธรรมเป็นสิ่งที่เด็กควรจะมี แต่ทำไมถึงได้ขาดหายไป ความจริงเรื่องของจริยธรรมมีสอดแทรกอยู่ในหลายวิชา เป็นในรูปของการสอดแทรกจึงคิดว่าคงจะไม่พอ เราเลยอยากสอดแทรกให้มาก เป็นสิ่งที่เราต้องรีบฟื้นฟูและใส่ลงไปในตัวเด็กก่อนที่สังคมมันจะแย่ไปกว่านี้ ซึ่งวิชานี้เปิดมาแล้ว 3 ภาคเรียน และได้รับความสนใจลงทะเบียนเต็มทุกภาคเรียน สิ่งที่นักศึกษาจะได้จากการลงเรียนวิชานี้นอกจากผลการเรียน คือ วิธีการคิดและวิธีการมองโลก เท่าที่สอนมา 3 เทอม รู้สึกว่าเรามาถูกทางที่จะแก้ปัญหาให้เด็ก เราอยากให้เด็กเรียนวิชานี้เพราะเป็นสิ่งที่จะติดตัวเค้าไปนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต ค่อยบ่มค่อยใส่ลงไป สอนให้มีความสำนึกเสมอว่า เราต้องเป็นคนดีทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ" อ.สุธิดา กล่าว
ความหมาย คุณค่า เป้าหมายของชีวิต คุณธรรม จริยธรรม การแก้ปัญหาด้วยปรัชญาและศาสนา เพื่อพัฒนาชีวิตและสังคม
วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
ความสำคัญของการส่งเสริมจริยธรรมแก่นักศึกษา
ที่มาข้อมูล: ข่าวสดรายวัน วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6561 หน้า 30
รายงานวิชาศาสนาเปรียบเทียบ(สังคมปี ๓)
รายชื่อรายงานและรายชือสมาชิกกลุ่ม
๑. ศาสนาพุทธ
นางสาวสุนารี รุ่งมี
นางสาวสุภาวดี พรมโสภา
นางสาวสุนิษา อินทรโชติ
๒. ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
นายอลงกรณ์ งามกุศล
นายเมธี นาถำพลอย
๓. ศาสนาคริสต์
นางสาวราชินู หมอบอก
นางสาวสุจิตรา เชื่ยวการค้า
๔. ศาสนาอิสลาม
นางสาวพัชราภรณ์ เพ็ชน้อย
นางสาวพรทิพย์ กลื่นศรีสุข
นางสาวรุ้งเพชร ปฐมทศพร
๕. ศาสนาขงจื้อ
นางสาวกิติยา บุญมีสง่า
นางสาวสิริวรรณ สินนุสาสน์
๑. ศาสนาพุทธ
นางสาวสุนารี รุ่งมี
นางสาวสุภาวดี พรมโสภา
นางสาวสุนิษา อินทรโชติ
๒. ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
นายอลงกรณ์ งามกุศล
นายเมธี นาถำพลอย
๓. ศาสนาคริสต์
นางสาวราชินู หมอบอก
นางสาวสุจิตรา เชื่ยวการค้า
๔. ศาสนาอิสลาม
นางสาวพัชราภรณ์ เพ็ชน้อย
นางสาวพรทิพย์ กลื่นศรีสุข
นางสาวรุ้งเพชร ปฐมทศพร
๕. ศาสนาขงจื้อ
นางสาวกิติยา บุญมีสง่า
นางสาวสิริวรรณ สินนุสาสน์
การบ้านวิชา จริยศาสตร์(นศ.สังคมศึกษาปี ๒)
การบ้านวิชา จริยศาสตร์(นศ.สังคมศึกษาปี ๒)
การศึกษาวิชาจริยศาสตร์มีประโยชน์ก่อการดำเนินชีวิตอย่างไรบ้าง อธิบาย และยกตัวอย่างจากชีวิตนักศึกษา
การศึกษาวิชาจริยศาสตร์มีประโยชน์ก่อการดำเนินชีวิตอย่างไรบ้าง อธิบาย และยกตัวอย่างจากชีวิตนักศึกษา
วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมกับสังคม
การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมกับสังคม
โดย กิตติอาภา กรณ์ใหม่
ที่มา: มติชนรายวัน วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11130 (หน้า 9)
ความเปลี่ยนแปลงทางคุณธรรม จริยธรรมที่น่าวิตก คือการประพฤติปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ซึ่งสมัยก่อนถือว่าเป็นความชั่ว ความเลวร้าย ความผิดด้านคุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรม แต่บางสิ่งบางอย่างที่กล่าวมาเป็นสิ่งที่สังคมปัจจุบันยอมรับ และปฏิบัติกันอย่างไม่ละอายไม่สะดุ้งสะเทือน จนบางครั้งทำให้เกิดปัญหาและวิถีชีวิตของคนเปลี่ยนแปลงไปหากปล่อยให้ปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือเพิ่มความรุนแรงจะเป็นปัญหาต่อวิถีชีวิตทุกฝ่ายต้องร่วมกันแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง อย่างน้อยก็ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบให้เพิ่มพูนขั้นเป็นลำดับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2545 เป็นต้นไป มีเป้าหมายในการพัฒนาที่สำคัญคือ การพัฒนาคนไทยให้มีคุณธรรมจริยธรรมสูง มีความขยันขันแข็งในการปฏิบัติตามหน้าที่ต่างๆ ของตนเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและป้องกันการเกิดปัญหาสังคมที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้มีการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมเพื่อเป็นการพัฒนาจิตใจ ซึ่งสอดคล้องกับหลักธรรมของพระพุทธศาสนา คือ การทำความดี ปฏิบัติดี ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ตนมีบางคนอาจมีหน้าที่หลายหน้าที่ในขณะเดียวกัน เช่น เป็นหน้าที่หัวหน้าครอบครัวในขณะอยู่บ้านต้องปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าครอบครัวในหน่วยงานหรือหน้าที่การงานที่รับผิดชอบ ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่นั้นควบคู่กันไป
อีกหน้าที่หนึ่งอาจจะเป็นกรรมการหมู่บ้าน ชุมชน ก็มุ่งปฏิบัติหน้าที่ทุกด้านตามภาระงาน ความรับผิดชอบเยาวชนในครอบครัวก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ในครอบครัวคือ เป็นลูกที่ดี เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา มารดา ญาติผู้ใหญ่อีกด้านหนึ่งมีหน้าที่เป็นนักเรียน นักศึกษาก็ต้องมุ่งมั่น ขยันขันแข็งในการเรียน การพัฒนาตนเอง เป็นนักเรียกนักศึกษาที่ดีของโรงเรียนของสถาบัน การละเว้นความชั่วคือการไม่ปฏิบัติในสิ่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี เช่น ลุ่มหลงในอบายมุขทุกชนิด การไม่ประพฤติผิดศีลธรรม จรรยาบรรณ หากเป็นครูก็ไม่ปฏิบัติตนในทางเสื่อมเสีย ตั้งใจปฏิบัติตามหน้าที่อย่างเต็มเวลา เต็มความสามารถ การทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ก็คือการคิดดีคิดชอบ การปฏิบัติตามหลักธรรมทางศาสนา ถือว่าเป็นผู้ที่มีคุณธรรมจริยธรรมสูง แต่ในปัจจุบันที่กำลังประสบปัญหาในครอบครัว สังคมก็คือการขาดคุณธรรมจริยธรรม บุคลากรขาดคุณธรรมจริยาธรรมแล้วจะทำให้ตนเองมีปัญหาโยงใยไม่สู่ปัญหาครอบครัว สังคม ประเทศชาติและโลก ตามลำดับโดยเฉพาะในปัจจุบัน ปัญหาการขาดคุณธรรม จริยธรรมในหมู่เยาวชนของชาติกำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ เช่น การขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ไม่ตั้งใจเรียน ไม่ปฏิบัติตามคำสอนของบิดา มารดา ครู อาจารย์ ปัญหาการมีเพศสัมพันธ์กันก่อนวัยอันควร การมีเพศสัมพันธ์กันแบบเปลี่ยนคู่กันไปตามความต้องการของตัณหา การนิยมมีกิ๊กกันของคนในยุคนี้ ถือเป็นเรื่องธรรมดาสังคมปัจจุบันยอมรับกันได้แต่ในสมัยก่อนถือว่าเป็นปัญหามาก เป็นการกระทำผิดศีลอย่างรุนแรงหากเป็นหญิงถือว่าเป็นความชั่วร้ายอย่างมหันต์ไม่สมควรที่จะให้อภัย บางครั้งสังคมถึงกับลงโทษไม่คบค้าสมาคม ถูกติฉันนินทาจนทำให้ต้องย้ายถิ่นที่อยู่ไปในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก ในสมัยที่ผู้เขียนอายุประมาณ 27 ปี ประมาณปี พ.ศ.2525 ได้มีเพื่อนหญิงในหมู่บ้านที่จังหวัดนครราชสีมา คนหนึ่งที่สามารถไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบียมีผู้ชายมาติดพัน ต่อมาคบกันฉันชู้สาว คนในหมู่บ้านมีปฏิกิริยามองในลักษณะเหยียดหยาม พูดจาตักเตือน ญาติพี่น้องด่าว่าอย่างเสียหาย ได้รับความกดดันมาก จึงได้พากันย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดที่ไม่มีใครรู้จัก แต่ในปัจจุบัน คนใดมีกิ๊กมีชู้สามารถคุยกันได้อย่างเปิดเผยเป็นที่ยอมรับกันได้ในสังคม เหตุการณ์หรือสถานการณ์อย่างนี้คือปัญหาสังคมอย่างหนึ่ง เนื่องมาจากผู้คนขาดคุณธรรมน่าจะใช้เวลาในการมั่วสุมเวลาที่กระทำตามกามตัณหา ราคะ มาปฏิบัติในสิ่งดี สิ่งที่เป็นคุณประโยชน์ปฏิบัติให้ถูกต้องตามจารีตประเพณี ปัญหา หากปล่อยไว้จะทวีความรุนแรงขึ้นผู้ที่มีฐานะเกี่ยวข้องกับเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ควรมีการสกัดกั้นไม่ให้ลุกลามเป็นปัญหาสังคมที่ทวีความรุนแรงทุกขณะ ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งอาชญากรรม (วัยรุ่นปล้น จี้ หาเงินไปเที่ยว ติดพนันบอล) ซึ่งผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องควรมีการปลูกฝัง ตั้งแต่วัยเด็ก โดยเฉพาะเล็กๆ ในวัยเรียนเพื่อให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีจิตใจที่สมบูรณ์ คุณลักษณะที่ควรส่งเสริมในเด็กไทยคือ การปลูกฝังส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและจิตสำนึก มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม ความละอายต่อความชั่ว ความละอายต่อบาป ความซื่อสัตย์สุจริต ความกตัญญูรู้คุณ ความไม่เห็นแก่ตัว ความจริงใจ ความขยันหมั่นเพียร เห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่น มีจิตสำนึกในความเป็นไทยซึ่งเรื่องนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรีได้กำหนดมาตรฐานการศึกษาเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้กำหนดมาตรฐานด้านผู้เรียนมาตรฐานที่ 1 ว่าผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์โดยมีตัวบ่งชี้ผลสำเร็จดังนี้ 1.วินัย มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติตนตามระเบียบและหลักธรรมเพื่อพัฒนาของแต่ละศาสนา 2.ซื่อสัตย์สุจริต 3.มีความเมตตากรุณาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเสียสละเพื่อส่วนรวม 4.ประหยัด ใช้สิ่งของและทรัพย์สินทั้งของตนเองและส่วนรวมตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัดและคุ้มค่า งนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเคราะห์ด้วยเมตตา แนะทางสวรรค์ให้คคี แสดงวัฒนธรรม
นอกจากการกำหนดให้มีการประเมินคุณธรรม จริยธรรมของนักเรียนเป็นสิ่งสำคัญเป็นประการสำคัญแล้ว ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานยังได้กำหนดให้มีการส่งเสริมและกำหนดนโยบายให้โรงเรียนในสังกัดได้จัดการเรียนการสอนโดยส่งเสริมคุณภาพขั้นพื้นฐาน 8 ประการ ได้แก่ มีน้ำใจ สุภาพ สะอาด ซื่อสัตย์ ประหยัด ขยัน สามัคคี มีวินัย จากประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยปัจจุบัน เป็นการเรียนรู้ในลักษณะบูรณาการด้วยวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลายที่ผู้เสนอจะต้องวางแผนการจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนประสบความสำเร็จในการเรียนโดยครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยมีทั้งทักษะทางภาษา และทฤษฎีการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม
การปลูกฝังคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ ควรกระทำอย่างยิ่งในวัยการศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งคุณธรรมต่างๆที่ควรปลูกฝังมีดังนี้1)ขยันขยัน คือ ความตั้งใจเพียรพยายามทำหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ อดทน ความขยัน ต้องปฏิบัติควบคู่กับการใช้สติปัญญาแก้ปัญหาจนเกิดผลสำเร็จผู้ที่ความขยัน คือ ผู้ที่ตั้งใจทำอย่างจริงจังต่อเนื่องในเรื่องที่ถูกที่ควรเป็นคนสู้งาน มีความพยายาม ไม่ท้อถอยกล้าเผชิญอุปสรรครักงานที่ทำตั้งใจทำหน้าที่อย่างจริงจัง2)ประหยัดประหยัด คือ การรู้จักเก็บออม ถนอมใช้ทรัพย์สิน สิ่งของแต่พอควรพอประมาณ ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อผู้ที่มีความประหยัด คือ ผู้ที่ดำเนินชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย รู้จักฐานะการเงินของตน คิดก่อนใช้คิดก่อนซื้อ เก็บออม ถนอมใช้ทรัพย์สินสิ่งของอย่างคุ้มค่า รู้จักทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของตนเองอยู่เสมอ3)ความซื่อสัตย์ซื่อสัตย์ คือ ประพฤติตรงไม่เอนเอียงไม่มีเล่ห์เหลี่ยมมีความจริงใจ ปลอดจากความรู้สึกลำเอียงหรืออคติผู้ที่มีความซื่อสัตย์ คือ ผู้ที่มีความประพฤติตรงทั้งต่อหน้าที่ ต่อวิชาชีพ ตรงต่อเวลา ไม่ใช้เล่ห์กลคดโกงทั้งทางตรงและทางอ้อมรับรู้หน้าที่ของตนเองและปฏิบัติอย่างเต็มที่ถูกต้อง4)มีวินัยมีวินัย คือ การยึดมั่นในระเบียบแบบแผน ข้อบังคับและข้อปฏิบัติ ซึ่งมีทั้งวินัยในตนเองและวินัยต่อสังคมผู้ที่มีวินัย คือ ผู้ที่ปฏิบัติตนในขอบเขต กฎ ระเบียบของสถานศึกษา สถาบัน/องค์กร/สังคมและประเทศโดยที่ตนเองยินดีปฏิบัติตามอย่างเต็มใจและตั้งใจ5)สุภาพสุภาพ คือ เรียบร้อย อ่อนโยน ละมุนละม่อม มีกิริยามารยาทที่ดีงาม มีสัมมาคารวะผู้ที่มีความสุภาพ คือ ผู้ที่อ่อนน้อมถ่อมตนตามสถานภาพและกาละเทศะ ไม่ก้าวร้าว รุนแรงวางอำนาจข่มผู้อื่นทั้งโดยวาจาและท่าทาง แต่ในเวลาเดียวกันยังคงมีความมั่นใจในตนเอง เป็นผู้ที่มีมารยาท วางตนเหมาะสมตามวัฒนธรรมไทย6)สะอาดสะอาด คือ ปราศจากความมัวหมองทั้งกาย ใจ และสภาพแวดล้อม ความผ่องใสเป็นที่เจริญตาทำให้เกิดความสบายใจแก่ผู้พบเห็นผู้ที่ความสะอาด คือ ผู้รักษาร่างกาย ที่อยู่อาศัยสิ่งแวดล้อมถูกต้องตามสุขลักษณะฝึกฝนจิตใจมิให้ขุ่นมัวจึงมีความแจ่มใสอยู่เสมอ7)สามัคคีสามัคคี คือ ความพร้อมเพียงกัน ความกลมเกลียวกัน ความปรองดองกัน ร่วมใจกันปฏิบัติงานให้บรรลุ ผลตามที่ต้องการเกิดงานการอย่างสร้างสรรค์ปราศจากการทะเลาะวิวาท ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน เป็นการยอมรับความมีเหตุผล ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางความคิด ความหลากหลายในเรื่องเชื้อชาติ ความกลมเกลียวกันในลักษณะเช่นนี้ เรียกอีกอย่างว่า ความสมานฉันท์ ผู้ที่มีความสามัคคี คือ ผู้ที่เปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รู้บทบาทของตนทั้งในฐานะผู้นำและผู้ตามที่ดี มีความมุ่งมั่นต่อการรวมพลัง ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเพื่อให้การงานสำเร็จลุล่วงแก้ปัญหาและขจัดความขัดแย้งได้ เป็นผู้มีเหตุผล ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมความคิด ความเชื่อพร้อมที่จะปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติ8)มีน้ำใจมีน้ำใจ คือ ความจริงใจที่ไม่เห็นแก่เพียงตัวเองหรือเรื่องของตัวเอง แต่เห็นอกเห็นใจเห็นคุณค่าในเพื่อน มนุษย์ มีความเอื้ออาทรเอาใจใส่ ให้ความสนใจในความต้องการ ความจำเป็น ความทุกข์สุขของผู้อื่น และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกันผู้ที่มีน้ำใจ คือ ผู้ให้และผู้อาสาช่วยเหลือสังคม รู้จักแบ่งปัน เสียสละความสุขส่วนตน เพื่อทำประโยชน์แก่ผู้อื่นเข้าใจ เห็นใจ ผู้ที่มีความเดือดร้อน อาสาช่วยเหลือสังคมด้วยแรงกาย สติปัญญา ลงมือปฏิบัติการเพื่อบรรเทาปัญหา หรือร่วมสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้เกิดขึ้นในชุมชนหากผู้สอนได้ตั้งใจพัฒนาคุณธรรมให้เกิดในจิตใจเด็กและเยาวชนแล้วปัญหาต่างๆ ในสังคมก็จะบรรเทาลงได้โดยเฉพาะในวัยเด็กควรเน้นการพัฒนาคุณภาพพื้นฐานให้เกิดขึ้นหรือซึมซับในจิตใจเสียก่อนอื่นๆ เพราะความรู้ต้องคู่คุณธรรมมีความรู้มากมายแต่ไร้คุณธรรมจะนำชีวิตสู่อบายมุข มีความลุ่มหลง งมงายประเทศชาติไม่พัฒนาขอจงยึดหลักคุณธรรมนำชีวิตมีความสุขหน้า 9
การบ้านจริยธรรมสำหรับนักบริหาร
ให้นักศึกษาวิเคราะห์สาเหตุว่าทำไมคนในสังคมไทยจึงขาดคุณธรรมจริยธรรม
(ส่งทางเมล์หรือทางบล๊อกนี้ก็ได้)
ภูมิกิติ จารุธนนนท์
(ส่งทางเมล์หรือทางบล๊อกนี้ก็ได้)
ภูมิกิติ จารุธนนนท์
วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
การบ้านศาสนาเปรียบเทียบ
ให้นักศึกษาอ่านเอกสารที่อาจารย์แจกในวันนี้แล้วสรุปมาเพื่ออภิปรายในวันพุธหน้า
สรุปพิมพ์ส่งผ่านบล๊อกนี้ด้วย
ภูมิกิติ จารุธนนนท์
สรุปพิมพ์ส่งผ่านบล๊อกนี้ด้วย
ภูมิกิติ จารุธนนนท์
วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
ประมวลการสอนวิชาศาสนาเปรียบเทียบ (Comparative Religions)
ประมวลการสอน
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
สาขาวิชา สังคมศึกษา ภาคเรียนที่ ๒/๒๕๕๑
รหัสวิชา ๒๑๑๐๓๐๒ หน่วยกิต ๓ ( ๓-๐–๖)
ชื่อวิชา ศาสนาเปรียบเทียบ (Comparative Religions)
สถานภาพของวิชา £ บังคับ R เลือก
วิชาในหลักสูตร R ปริญญาตรี £ ป.บัณฑิต £ ปริญญาโท
จำนวนชั่วโมง / สัปดาห์
บรรยาย ๓ ชั่วโมง ปฏิบัติ - ชั่วโมง ค้นคว้า ๖ ชั่วโมง
ผู้สอน อ.ภูมิกิติ จารุธนนนท์ (โทร. ).E - mail : pans_2009@hotmail.com. ห้องพัก ๒/๒๐๑
บลีอกของอาจารย์ http://kit-meaninoflife.blogspot.com/
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาประวัติของศาสนาต่าง ๆ รวมทั้งศาสดา หลักคำสอน เป้าหมาย วิธีการ โดยการเปรียบเทียบศาสนาที่มีความนับถือมากในประเทศไทย โดยเฉพาะพระพุทธศาสนา ศาสนาอิสลาม คริสตศาสนา ศาสนาพราหมณ์ ศาสนาขงจื้อ เพื่อให้เข้าใจในศาสนาต่าง ๆ ในแง่ปรัชญาและอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข
วัตถุประสงค์ของรายวิชา
๑. มีความรู้ความเข้าใจในประวัติของศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์- ฮินดู และศาสนาขงจื้อ
๒. มีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมคำสอน เป้าหมายสูงสุดของศาสนาต่าง ๆ ได้
๓. สามารถเปรียบเทียบศาสนาเหล่านั้นและสามารถวิพากษ์ วิเคราะห์ สังเคราะห์ เป็นแผนผังได้
๔. มีความสามารถในการศึกษาค้นคว้าจากเอกสารตำราข้อมูลสารสนเทศ มีทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำรายงาน
๕. มีความสามารถในการทำงานเป็นกลุ่มการสื่อสารภายในกลุ่มและการนำเสนอผลงานกลุ่ม รวมทั้งการอภิปรายในกลุ่ม
แผนการสอนและเค้าโครงรายวิชา
สัปดาห์
หัวข้อเรื่อง
กิจกรรม
สื่อการสอน
การวัดผล
๑
การศึกษาศาสนาเปรียบเทียบ
- วิธีการศึกษาแบบวิชาการ
- ความสำคัญของการศึกษาศาสนาเปรียบเทียบ
- การศึกษาศาสนาแบบปรัชญา
๑. ชี้แจงแผนการเรียนกาสอน
๒. ให้นักศึกษาเขียนอธิบาย
ความหมายของคำว่า “ศาสนา” แล้วสุ่มอ่าน ๑ – ๕ความหมาย
๓. อภิปรายร่วมกัน
๔. แบ่งกลุ่มนักศึกษามอบงาน
-power point
-แผนการสอน
- สังเกตและบันทึกผล
กาอภิปราย
๒ - ๕
ประวัติของศาสนาต่าง ๆ
- ศาสนาพุทธ
- ศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู
- ศาสนาคริสต์
- ศาสนาอิสลาม
- ศาสนาขงจื้อ
๑. ชี้แจงการเรียนรู้ประวัติศาสนา
๒. แบ่งกลุ่มทำหน้าที่ในการตั้ง
คำถามการวิพากษ์ วิจารณ์
และเสนอแนะ
๓. นำเสนอผลงาน รายงาน
๔. อภิปรายร่วมกัน
๕. อาจารย์วิพากษ์และเสนอแนะ
-power point
-CD หรือ
VCD เกี่ยวกับประวัติศาสนา
ต่าง ๆ
- สังเกตและ
ประเมิน รายงานของ
แต่ละกลุ่ม
สัปดาห์
หัวข้อเรื่อง
กิจกรรม
สื่อการสอน
การวัดผล
๖ - ๘
หลักธรรมที่สำคัญของศาสนาต่าง ๆ
- พุทธ
- พราหมณ์ – ฮินดู
- คริสต์
- อิสลาม
- ขงจื้อ
๑. ชี้แจงการเรียนรู้หลักธรรมที่สำคัญของศาสนาต่าง ๆ
๒. แบ่งกลุ่มทำหน้าที่ในการตั้งคำถามการวิพากษ์ วิจารณ์
และเสนอแนะ
๓. นำเสนอผลงาน รายงาน
๔. อภิปรายร่วมกัน
๕. อาจารย์วิพากษ์และเสนอแนะ
- power point
-แผนผังแสดงหลักธรรมที่สำคัญของศาสนา
- สังเกตและประเมินรายงานของ
แต่ละกลุ่ม
๙ - ๑๒
กำเนิดและประเภทของศาสดา คัมภีร์ และเป้าหมายสูงสุดของศาสนาต่าง ๆ
- พุทธ
- พราหมณ์ – ฮินดู
- คริสต์
- อิสลาม
- ขงจื้อ
๑. ชี้แจงการเรียนรู้กำเนิด ประเภทศาสดา คัมภีร์ และเป้าหมายสูงสุดของศาสนาต่าง ๆ
๒. แบ่งกลุ่มทำหน้าที่ในการตั้งคำถามการวิพากษ์ วิจารณ์
และเสนอแนะ
๓. นำเสนอผลงาน รายงาน
๔. อภิปรายร่วมกัน
๕. อาจารย์วิพากษ์และเสนอแนะ
-power point
-แผนผังแสดงประเภทศาสดา คัมภีร์และเป้าหมายสูงสุดของศาสนาต่าง ๆ
- สังเกตและ
ประเมินรายงานของแต่ละกลุ่ม
๑๓ -๑๔
ความสัมพันธ์ของศาสนาต่าง ๆ
- พิธีกรรม
- สัญลักษณ์ทางศาสนา
๑. ชี้แจงการเรียนรู้ความ สัมพันธ์ของศาสนาต่าง ๆ
๒. แบ่งกลุ่มทำหน้าที่ในการตั้งคำถามการวิพากษ์ วิจารณ์และเสนอแนะ
๓. นำเสนอผลงาน รายงาน
๔. อภิปรายร่วมกัน
๕. อาจารย์วิพากษ์และ
เสนอแนะ
-power point
-แผนผังแสดงความสัมพันธ์ประเพณี –พิธีกรรมของศาสนาต่าง ๆ
- สังเกตและประเมินรายงานของ แต่ละกลุ่ม
๑๕
สรุปบทเรียนทั้งหมด
๑. ผู้สอน – นักศึกษา
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
-เอกสารคำสอน
- power point
- สังเกตและ
ประเมินจาก
อภิปราย
ร่วมกัน
การวัดผลและการประเมินผล
๑. คะแนนระหว่างภาคเรียน ๗๐ คะแนน
- การนำเสนอรายงานการศึกษาค้นคว้า ๑๕ คะแนน
- ทดสอบย่อย ๑๕ คะแนน
- สอบกลางภาค ๒๐ คะแนน
- จิตพิสัย ๑๐ คะแนน
๒. คะแนนสอบปลายภาค ๓๐ คะแนน
๓. เกณฑ์การประเมินผล
A : ๘๐ – ๑๐๐ B+ : ๗๕ – ๗๙ B : ๗๐-๗๔
C+ : ๖๕ – ๖๙ C : ๖๐ - ๖๔ D+ : ๕๕ - ๕๙
D : ๕๐ – ๕๔ E : ๐ – ๔๙
I (ร) : ส่งงานไม่ครบ X : ขาดสอบปลายภาค
รายชื่อตำรา เอกสาร วารสาร
๑.บังคับ
สุจิตรา รณรื่น, รองศาสตราจารย์. (๒๕๔๒). ศาสนาเปรียบเทียบ. พิมพ์ครั้งที่ ๖. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ดวงแก้ว.
๒. หนังสืออ่านประกอบ
กีรติ บุญเจือ. (๒๕๓๒). ศาสนศาสตร์เบื้องต้น. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.
วนิดา ขำเขียว, ผู้ช่วยศาสตราจารย์. (๒๕๔๑). ศาสนาเปรียบเทียบ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์เจนเตอร์เพรส.
สุชีพ ปุญญานุภาพ. (๒๕๑๖). ประวัติศาสตร์ศาสนา. พิมพ์ครั้งที่ ๓. กรุงเทพฯ: เฟื่องอักษร.
เสฐียร พันธรังษี, ศาสตราจารย์พิเศษ. (๒๕๔๒). ศาสนาเปรียบเทียบ. พิมพ์ครั้งที่ ๘. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สุขภาพใจ.
เสฐียรโกเศศ. (๒๕๑๕). ศาสนาเปรียบเทียบ. กรุงเทพฯ: อมรการพิมพ์.
เสรี พงศ์พิศ. (๒๕๓๑). ศาสนาคริสต์. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
เสาวนีย์ จิตต์หมวด. (๒๕๓๕). วัฒนธรรมอิสลาม. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ทางนำ.
ค้นคว้าจาก internet
http://kit-meaninoflife.blogspot.com/
www.kin-author.com/truth.htm
www.webdidi.com/Knowledge/religious%20&%20philosophy.htm
www.vcharkarn.com/include/article/showarticle.php
www.budpage.com/
www.nrru.ac.th/web/gen_educ/plan/real_life.html
www.arts.chula.ac.th/~philoso/philos/teachers.htm
เงื่อนไขของวิชา
๑. นักศึกษาต้องเข้าชั้นเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนจึงมีสิทธิ์สอบ
๒. การส่งงานต้องเป็นไปตามกำหนด
๓. นักศึกษาต้องตรงต่อเวลา กรณีที่มีสายเกิน ๑๕ นาที ให้ถือว่าขาดเรียนในชั่วโมงนั้น ๆ
๔. หากนักศึกษามีความจำเป็น ไม่สามารถเข้าเรียนได้ให้ส่งใบลาขอหยุดเรียนในแต่ล่ะชั่วโมง
๕. นักศึกษาต้องปิดสัญญาณการสื่อสารทุกชนิดในขณะที่เรียนเพื่อมิให้รบกวนผู้อื่น
๖. เมื่อนักศึกษาต้องการติดต่อกับอาจารย์ผู้สอนสามารถเขียนโน้ตวางไว้บนโต๊ะอาจารย์ที่ห้อง ๒/๒๐๑
หรือติดต่อทางโทรศัพท์ หรือทาง E-mail ตามที่แจ้งไว้ในประมวลการสอนได้
------------------------------------------------------
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
สาขาวิชา สังคมศึกษา ภาคเรียนที่ ๒/๒๕๕๑
รหัสวิชา ๒๑๑๐๓๐๒ หน่วยกิต ๓ ( ๓-๐–๖)
ชื่อวิชา ศาสนาเปรียบเทียบ (Comparative Religions)
สถานภาพของวิชา £ บังคับ R เลือก
วิชาในหลักสูตร R ปริญญาตรี £ ป.บัณฑิต £ ปริญญาโท
จำนวนชั่วโมง / สัปดาห์
บรรยาย ๓ ชั่วโมง ปฏิบัติ - ชั่วโมง ค้นคว้า ๖ ชั่วโมง
ผู้สอน อ.ภูมิกิติ จารุธนนนท์ (โทร. ).E - mail : pans_2009@hotmail.com. ห้องพัก ๒/๒๐๑
บลีอกของอาจารย์ http://kit-meaninoflife.blogspot.com/
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาประวัติของศาสนาต่าง ๆ รวมทั้งศาสดา หลักคำสอน เป้าหมาย วิธีการ โดยการเปรียบเทียบศาสนาที่มีความนับถือมากในประเทศไทย โดยเฉพาะพระพุทธศาสนา ศาสนาอิสลาม คริสตศาสนา ศาสนาพราหมณ์ ศาสนาขงจื้อ เพื่อให้เข้าใจในศาสนาต่าง ๆ ในแง่ปรัชญาและอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข
วัตถุประสงค์ของรายวิชา
๑. มีความรู้ความเข้าใจในประวัติของศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์- ฮินดู และศาสนาขงจื้อ
๒. มีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมคำสอน เป้าหมายสูงสุดของศาสนาต่าง ๆ ได้
๓. สามารถเปรียบเทียบศาสนาเหล่านั้นและสามารถวิพากษ์ วิเคราะห์ สังเคราะห์ เป็นแผนผังได้
๔. มีความสามารถในการศึกษาค้นคว้าจากเอกสารตำราข้อมูลสารสนเทศ มีทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำรายงาน
๕. มีความสามารถในการทำงานเป็นกลุ่มการสื่อสารภายในกลุ่มและการนำเสนอผลงานกลุ่ม รวมทั้งการอภิปรายในกลุ่ม
แผนการสอนและเค้าโครงรายวิชา
สัปดาห์
หัวข้อเรื่อง
กิจกรรม
สื่อการสอน
การวัดผล
๑
การศึกษาศาสนาเปรียบเทียบ
- วิธีการศึกษาแบบวิชาการ
- ความสำคัญของการศึกษาศาสนาเปรียบเทียบ
- การศึกษาศาสนาแบบปรัชญา
๑. ชี้แจงแผนการเรียนกาสอน
๒. ให้นักศึกษาเขียนอธิบาย
ความหมายของคำว่า “ศาสนา” แล้วสุ่มอ่าน ๑ – ๕ความหมาย
๓. อภิปรายร่วมกัน
๔. แบ่งกลุ่มนักศึกษามอบงาน
-power point
-แผนการสอน
- สังเกตและบันทึกผล
กาอภิปราย
๒ - ๕
ประวัติของศาสนาต่าง ๆ
- ศาสนาพุทธ
- ศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู
- ศาสนาคริสต์
- ศาสนาอิสลาม
- ศาสนาขงจื้อ
๑. ชี้แจงการเรียนรู้ประวัติศาสนา
๒. แบ่งกลุ่มทำหน้าที่ในการตั้ง
คำถามการวิพากษ์ วิจารณ์
และเสนอแนะ
๓. นำเสนอผลงาน รายงาน
๔. อภิปรายร่วมกัน
๕. อาจารย์วิพากษ์และเสนอแนะ
-power point
-CD หรือ
VCD เกี่ยวกับประวัติศาสนา
ต่าง ๆ
- สังเกตและ
ประเมิน รายงานของ
แต่ละกลุ่ม
สัปดาห์
หัวข้อเรื่อง
กิจกรรม
สื่อการสอน
การวัดผล
๖ - ๘
หลักธรรมที่สำคัญของศาสนาต่าง ๆ
- พุทธ
- พราหมณ์ – ฮินดู
- คริสต์
- อิสลาม
- ขงจื้อ
๑. ชี้แจงการเรียนรู้หลักธรรมที่สำคัญของศาสนาต่าง ๆ
๒. แบ่งกลุ่มทำหน้าที่ในการตั้งคำถามการวิพากษ์ วิจารณ์
และเสนอแนะ
๓. นำเสนอผลงาน รายงาน
๔. อภิปรายร่วมกัน
๕. อาจารย์วิพากษ์และเสนอแนะ
- power point
-แผนผังแสดงหลักธรรมที่สำคัญของศาสนา
- สังเกตและประเมินรายงานของ
แต่ละกลุ่ม
๙ - ๑๒
กำเนิดและประเภทของศาสดา คัมภีร์ และเป้าหมายสูงสุดของศาสนาต่าง ๆ
- พุทธ
- พราหมณ์ – ฮินดู
- คริสต์
- อิสลาม
- ขงจื้อ
๑. ชี้แจงการเรียนรู้กำเนิด ประเภทศาสดา คัมภีร์ และเป้าหมายสูงสุดของศาสนาต่าง ๆ
๒. แบ่งกลุ่มทำหน้าที่ในการตั้งคำถามการวิพากษ์ วิจารณ์
และเสนอแนะ
๓. นำเสนอผลงาน รายงาน
๔. อภิปรายร่วมกัน
๕. อาจารย์วิพากษ์และเสนอแนะ
-power point
-แผนผังแสดงประเภทศาสดา คัมภีร์และเป้าหมายสูงสุดของศาสนาต่าง ๆ
- สังเกตและ
ประเมินรายงานของแต่ละกลุ่ม
๑๓ -๑๔
ความสัมพันธ์ของศาสนาต่าง ๆ
- พิธีกรรม
- สัญลักษณ์ทางศาสนา
๑. ชี้แจงการเรียนรู้ความ สัมพันธ์ของศาสนาต่าง ๆ
๒. แบ่งกลุ่มทำหน้าที่ในการตั้งคำถามการวิพากษ์ วิจารณ์และเสนอแนะ
๓. นำเสนอผลงาน รายงาน
๔. อภิปรายร่วมกัน
๕. อาจารย์วิพากษ์และ
เสนอแนะ
-power point
-แผนผังแสดงความสัมพันธ์ประเพณี –พิธีกรรมของศาสนาต่าง ๆ
- สังเกตและประเมินรายงานของ แต่ละกลุ่ม
๑๕
สรุปบทเรียนทั้งหมด
๑. ผู้สอน – นักศึกษา
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
-เอกสารคำสอน
- power point
- สังเกตและ
ประเมินจาก
อภิปราย
ร่วมกัน
การวัดผลและการประเมินผล
๑. คะแนนระหว่างภาคเรียน ๗๐ คะแนน
- การนำเสนอรายงานการศึกษาค้นคว้า ๑๕ คะแนน
- ทดสอบย่อย ๑๕ คะแนน
- สอบกลางภาค ๒๐ คะแนน
- จิตพิสัย ๑๐ คะแนน
๒. คะแนนสอบปลายภาค ๓๐ คะแนน
๓. เกณฑ์การประเมินผล
A : ๘๐ – ๑๐๐ B+ : ๗๕ – ๗๙ B : ๗๐-๗๔
C+ : ๖๕ – ๖๙ C : ๖๐ - ๖๔ D+ : ๕๕ - ๕๙
D : ๕๐ – ๕๔ E : ๐ – ๔๙
I (ร) : ส่งงานไม่ครบ X : ขาดสอบปลายภาค
รายชื่อตำรา เอกสาร วารสาร
๑.บังคับ
สุจิตรา รณรื่น, รองศาสตราจารย์. (๒๕๔๒). ศาสนาเปรียบเทียบ. พิมพ์ครั้งที่ ๖. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ดวงแก้ว.
๒. หนังสืออ่านประกอบ
กีรติ บุญเจือ. (๒๕๓๒). ศาสนศาสตร์เบื้องต้น. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.
วนิดา ขำเขียว, ผู้ช่วยศาสตราจารย์. (๒๕๔๑). ศาสนาเปรียบเทียบ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์เจนเตอร์เพรส.
สุชีพ ปุญญานุภาพ. (๒๕๑๖). ประวัติศาสตร์ศาสนา. พิมพ์ครั้งที่ ๓. กรุงเทพฯ: เฟื่องอักษร.
เสฐียร พันธรังษี, ศาสตราจารย์พิเศษ. (๒๕๔๒). ศาสนาเปรียบเทียบ. พิมพ์ครั้งที่ ๘. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สุขภาพใจ.
เสฐียรโกเศศ. (๒๕๑๕). ศาสนาเปรียบเทียบ. กรุงเทพฯ: อมรการพิมพ์.
เสรี พงศ์พิศ. (๒๕๓๑). ศาสนาคริสต์. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
เสาวนีย์ จิตต์หมวด. (๒๕๓๕). วัฒนธรรมอิสลาม. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ทางนำ.
ค้นคว้าจาก internet
http://kit-meaninoflife.blogspot.com/
www.kin-author.com/truth.htm
www.webdidi.com/Knowledge/religious%20&%20philosophy.htm
www.vcharkarn.com/include/article/showarticle.php
www.budpage.com/
www.nrru.ac.th/web/gen_educ/plan/real_life.html
www.arts.chula.ac.th/~philoso/philos/teachers.htm
เงื่อนไขของวิชา
๑. นักศึกษาต้องเข้าชั้นเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนจึงมีสิทธิ์สอบ
๒. การส่งงานต้องเป็นไปตามกำหนด
๓. นักศึกษาต้องตรงต่อเวลา กรณีที่มีสายเกิน ๑๕ นาที ให้ถือว่าขาดเรียนในชั่วโมงนั้น ๆ
๔. หากนักศึกษามีความจำเป็น ไม่สามารถเข้าเรียนได้ให้ส่งใบลาขอหยุดเรียนในแต่ล่ะชั่วโมง
๕. นักศึกษาต้องปิดสัญญาณการสื่อสารทุกชนิดในขณะที่เรียนเพื่อมิให้รบกวนผู้อื่น
๖. เมื่อนักศึกษาต้องการติดต่อกับอาจารย์ผู้สอนสามารถเขียนโน้ตวางไว้บนโต๊ะอาจารย์ที่ห้อง ๒/๒๐๑
หรือติดต่อทางโทรศัพท์ หรือทาง E-mail ตามที่แจ้งไว้ในประมวลการสอนได้
------------------------------------------------------
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)